หนองใน คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน?

หนองใน คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน?หนองใน คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน?
หนองใน คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน?

หนองใน คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน?

หนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยจนเป็นที่รู้จักกันดีอย่างคุ้นหู คงไม่พ้นโรคหนองใน ที่แพร่หลายกระจายเชื้อได้รวดเร็วด้วยการมีระยะฟักตัวสั้น เราลองมารู้จักกับมันเพิ่มเติมกัน

 

โรคหนองใน หรือ Gonorrhea (ออกเสียงว่า gah-nuh-REE-uh) เป็นโรคที่สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรือ Sexually Transmitted Disease (STD) เกิดจากเชื้อ Neisseria Gonorrhoeae เชื้อแบคทีเรียที่มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว เจ้าแบคทีเรียนี้มีระยะฟักตัวสั้น เพียงประมาณไม่เกิน 10 วัน มักตรวจพบได้ในน้ำอสุจิ รวมถึงของเหลวในช่องคลอด จึงแพร่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก ทั้งช่องทางปกติ ทางปาก หรือทางทวารหนัก แต่เชื้อฯนี้ไม่สามารถติดต่อกันผ่านการสัมผัสหรือใช้สิ่งของต่างๆร่วมกับผู้ติดเชื้อฯ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียตัวนี้จะตายค่อนข้างง่าย เมื่อออกจากร่างกายคนไปแล้ว

 

โดยผู้ติดเชื้อฯอาจไม่แสดงอาการก็ได้ นอกจากนั้นมันยังสามารถถูกส่งผ่านจากแม่ไปสู่ลูกได้ด้วย ผู้มีภาวะโรคหนองในอาจไม่แสดงอาการใดๆ หรืออาการอาจไม่รุนแรงจนสังเกตได้ หากแสดงอาการอาจรู้สึกแสบขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะมีสีเหลืองแปลกๆ ในผู้ชายอาจมีปัสสาวะไหลซึมออกจากท่อปัสสาวะที่ปลายองคชาตได้

 

หลังได้รับเชื้อโรคหนองใน อาการมักปรากฏราว 2-7 วันในผู้ชาย ส่วนผู้หญิงอาจปรากฏอาการได้ในภายหลัง โดยอาจมีเลือดจริงปะปนออกมาระหว่างช่วงมีประจำเดือน ตกขาวผิดปกติ หากอาการรุนแรงเชื้อฯอาจเข้าสู่มดลูก ท่อนำไข่ รวมถึงรังไข่ อาจส่งผลให้เกิดอาการโรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease หรือ PID) ซึ่งอาจทำให้มีอาการปวดท้อง มีไข้ เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงมีบุตรยาก หากผู้หญิงติดเชื้อโรคหนองในระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดปัญหากับทารก อาทิ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (การอักเสบของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง) หรืออาจเกิดการติดเชื้อของดวงตาที่สามารถทำให้เด็กตาบอดได้ แต่เชื้อหนองในไม่ได้เป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูกแต่อย่างใด

 

สำหรับผู้ชาย โรคหนองในสามารถแพร่กระจายไปยัง epididymis หรือหลอดเก็บอสุจิ (ลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ขดตัวไปมาระหว่างส่วนสร้างตัวอสุจิกับหลอดนำอสุจิ) อาจก่อให้เกิดอาการปวดและบวมที่บริเวณลูกอัณฑะ เป็นต้นเหตุที่อาจทำให้ผู้ชายมีบุตรยากได้

 

ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง หากโรคหนองในไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆของร่างกายได้ ดังนั้นหากทราบว่าตัวเองปรากฏอาการโรคหนองใน ควรต้องไปพบแพทย์หรือนรีแพทย์ ซึ่งแพทย์อาจตรวจและทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การตรวจปัสสาวะ ตรวจภายในสำหรับผู้หญิง (ช่องคลอดหรือปากมดลูก) ทั้งนี้แพทย์อาจตรวจหาหรือทดสอบสำหรับโรคอื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หรือหนองในเทียม อีกด้วย

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคโรคหนองใน แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะในการรักษาอาการติดเชื้อ และหากเป็นไปได้ ทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อฯในช่วงประมาณ 2 เดือนก่อนหน้า ก็ควรผ่านการปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจและรักษาโรคหนองในด้วยเช่นกัน

 

วิธีหนึ่งในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน คือ การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางปากด้วย